ยินดีต้อนรับสู่โลก”JOMON” ของฮาโกดาเตะ

ยุคโจมง คือยุคสมัยของญี่ปุ่นที่เริ่มเมื่อ 15,000 ปีก่อนและดำเนินต่อเนื่องมากว่า 10,000 ปี ผู้คนในสมัยนั้นใช้เครื่องปั้นดินเผาที่มีลวดลายทำจากการกดเชือกเกลียวและใช้อุปกรณ์ล่าสัตว์ทำจากหิน ในฮาโกดาเตะนั้นมีแหล่งโบราณสถานโจมงเหลืออยู่จำนวนมาก รวมทั้งมีการขุดพบโบราณวัตถุหลากหลายชนิดด้วย

โบราณสถานโจมง 17 แห่งซึ่งอยู่ในฮอกไกโด จังหวัดอาโอโมริ อิวาเตะ อาคิตะ ได้รับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในเดือนกรกฎาคม ปี 2021

ภายใน 17 แหล่งโบราณสถาน โบราณสถานคาคิโนะชิมะและโบราณสถานโอฟุเนะที่จะแนะนำต่อจากนี้ อยู่ในเมืองฮาโกดาเตะ บทความนี้จะพาท่านมารู้จักกับโบราณสถาน 2 แห่งนี้และพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสมบัติประจำชาติ ซึ่งมีเพียงชิ้นเดียวในฮอกไกโด

แหล่งโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์เหล่านี้ จะอยู่ในบริเวณ “มินามิคายาเบะ” อยู่ห่างจากใจกลางเมืองฮาโกดาเตะไปประมาณ 60 นาทีโดยรถยนต์ ณ ที่นี่ ซึ่งมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ล้อมรอบด้วยทะเลและภูเขา วัฒนธรรมโจมงได้เคยรุ่งเรืองมาก่อนในอดีตเป็นระยะเวลานานกว่า 7,000 ปี 

โบราณสถานคาคิโนะชิมะ

โบราณสถานคาคิโนะชิมะ ตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของ “ ศูนย์วัฒนธรรมโจมงฮาโกดาเตะ” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสมบัติประจำชาติ โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญมากเนื่องจากถูกค้นพบว่าเป็นชุมชนที่เคยมีการอาศัยอยู่ยาวนานตั้งแต่ในช่วง 3,000 - 9,000

เอกลักษณ์ที่ชัดเจนของแหล่งโบราณสถานนี้คือ ซากโบราณสถานที่เกิดจากการก่อดินเป็นรูปอักษรตัวยูในภาษาอังกฤษ ซากโบราณสถานนี้เป็นหนึ่งในซากโบราณสถานขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีความยาว 190 เมตร กว้าง 120 เมตร ในคันดินมีการค้นพบเครื่องใช้ทำจากหินและดินเผา รวมถึงพบรูที่คาดว่าเป็นสุสานอยู่ภายใน บริเวณใจกลางด้านในของซาก จะถูกก่อให้มีลักษณะสูงขึ้นเล็กน้อยเหมือนกับเนินเขาของผู้ส่งลูกในกีฬาเบสบอล คาดว่าจุดนี้เป็นสถานที่พิเศษใช้สำหรับภาวนาขอพร

ภายในโบราณสถานมีต้นเกาลัดและต้นวอลนัทขึ้นอยู่ ลูกไม้ของต้นเหล่านี้เป็นอาหารที่มีค่าของผู้คนในสมัยโจมง

บริเวณริมโบราณสถาน จะมีทะเลและแม่น้ำ  ซึ่งได้รับการค้นพบว่า ผู้คนในสมัยนั้นใช้เข็มตกปลา ฉมวกและแห ในการจับปลาแซลมอน ทูน่า หรือสิงโตทะเล ฯลฯ เพื่อเป็นอาหาร

โบราณสถานโอฟุเนะ

โบราณสถานโอฟุเนะ อยู่ห่างจากโบราณสถานคาคิโนะชิมะไปประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์ ซากที่อยู่อาศัยจำนวนมากถูกค้นพบ ณ โบราณสถานนี้ ซึ่งคาดว่ามีอายุในช่วงราว 4,000 - 5,500 ปีก่อน

เอกลักษณ์ของโบราณสถานโอฟุเนะคือ ซากของที่อยู่อาศัยโบราณขนาดมหึมา โดยซากที่มีขนาดใหญ่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างกว่า 10 เมตร ลึกมากกว่า 2 เมตร นอกจากนี้ ยังพบว่ามีซากที่อยู่อาศัยที่ต่างสมัยกันตั้งขึ้นทับซ้อนบนพื้นที่เดียวกัน แสดงให้เห็นถึงการอยู่อาศัยของคนในบริเวณนั้นเป็นช่วงเวลายาวนาน

ที่อยู่อาศัยเหล่านี้ ถูกเรียกว่า ที่อยู่อาศัยในหลุมแนวตั้ง(ทาเตะอะนะจูเคียว) โดยมีรูปแบบเป็นบ้านที่ขุดหลุมลึกลงในพื้นดิน จากนั้นตั้งเสาขนาดใหญ่ภายในหลุมและใช้ไม้ก่อเป็นโครงร่างขึ้นมา

นี่คือบ้านที่จำลองขึ้นตามลักษณะในอดีต หลังคาและกำแพงบ้านถูกคลุมด้วยเศษพืช ตัวบ้านจะอยู่ในสภาพกึ่งใต้ดิน ทำให้ได้รับอิทธิพลจากอุณหภูมิภายนอกน้อย ภายในบ้านจะเย็นในหน้าร้อนและอุ่นสบายในหน้าหนาว

* ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้

ศูนย์วัฒนธรรมโจมงฮาโกดาเตะ

ศูนย์วัฒนธรรมโจมงฮาโกดาเตะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุซึ่งถูกค้นพบในโบราณสถานโจมงบริเวณเมืองฮาโกดาเตะ และมีการจัดแสดง "ฉูคู-โดกู" ซึ่งเป็นสมบัติประจำชาติชิ้นเดียวในฮอกไกโด

รูปปั้นดินเผาที่สร้างขึ้นในสมัยโจมง
ผู้คนในสมัยโจมงใช้ภาชนะดินเหมือนกับหม้อในการหุงต้ม ภาชนะในสมัยเก่าแก่จะมีรูปร่างและลวดลายที่เรียบง่ายทำจากเปลือกหอยหรือลายเชือกเกลียว แต่เมื่อถึงยุคสมัยที่ใหม่ขึ้นถัดมา จะพบภาชนะที่ตกแต่งแบบศิลปะชั้นสูง

หัวลูกศรหินที่ใช้ติดปลายลูกศร
ใช้ในการล่านกหรือสัตว์ หัวลูกศรหินสีดำแวววาวนี้ทำจากหินออบซิเดียน ซึ่งขุดขึ้นมาได้ภายในฮอกไกโด และยังถูกพบในจังหวัดอาโอโมริซึ่งอยู่ฝั่งทะเลตรงข้าม นอกจากนี้ ในโบราณสถานยังค้นพบหินหยกและยางมะตอยซึ่งไม่มีตามธรรมชาติในฮอกไกโด ทำให้สันนิษฐานได้ว่ามีการติดต่อไปมาข้ามทะเลอีกด้วย

อุปกรณ์ทำอาหารและจานที่ทำจากหิน
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กะเทาะและบดลูกไม้เช่น ลูกเกาลัดและลูกวอลนัท ถูกขุดพบในโบราณสถานโอฟุเนะ

ภาชนะดินเผาที่มีปากสำหรับเท ขุดพบจากโบราณสถานคาคิโนะชิมะ
มีเอกลักษณ์ตรงผิวด้านนอกเคลือบทาด้วยยางรักวาวแดงสวยงามและรูปร่างที่ออกแบบอย่างมีศิลปะ

แผ่นดินเหนียวที่ปั๊มรูปเท้าและมือของเด็ก
เจาะรูแขวนประดับในที่อยู่อาศัย คาดว่าเมื่อพ่อแม่ของเด็กเสียชีวิต แผ่นดินเหนียวนี้จะถูกฝังพร้อมกับศพของพวกเขา แผ่นดินเหนียวในรูปนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่น

"ฉูคู-โดกู" สมบัติประจำชาติเพียงชิ้นเดียวในฮอกไกโด
ซึ่งมีชื่อเล่นว่า "คัคคุ" ชื่อนี้มาจากชื่อเมืองที่ขุดพบและโครงสร้างด้านในที่กลวง

มีความสูง 41.5 ซม. กว้าง 20.1 ซม. เป็นฉูคู-โดกูหรือตุ๊กตาดินเผาฉุคุที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ขุดพบมาในญี่ปุ่น เป็นงานปั้นที่งดงาม รูปปั้นจัดแสดงอยู่โดยมีไฟสปอร์ตไลท์ส่อง สามารถเข้าชมได้ใกล้ๆหรือถ่ายรูปได้ผ่านกระจกใส

รูปปั้นมีลวดลายทั่วตัวอย่างละเอียดเป็นรูปเส้นเหลี่ยม มีใบหน้าอมยิ้มและรูปทรงที่เว้าสวยงามชวนให้นึกถึงผู้หญิง แต่เนื่องจากมีหนวดบริเวณคาง ทำให้มองเห็นเป็นรูปปั้นผู้ชายได้ด้วย

ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีกิจกรรมทดลองประสบการณ์ทำเองหลากหลายรายการ นี่คือเชือกผูกมือถือทำจากเชือกถักหลากสีสันกับจี้รูปมากาทามะ

นอกจากนี้ก็มีสินค้าที่ระลึกต่างๆ วางจำหน่าย สามารถซื้อหาโปสการ์ดหรือเครื่องเขียน ฯลฯ ได้

พิพิธภัณฑ์นี้อยู่ติดกับ "มิจิโนะเอคิ" หรือจุดพักริมทางที่จำหน่ายสินค้าที่ระลึกของท้องถิ่นและมีห้องน้ำใช้บริการได้ตลอด 24 ชม. ซอฟท์ครีมที่ใช้ลูกวอลนัทซึ่งเป็นอาหารมาตั้งแต่สมัยโจมงของที่นี่นั้นได้รับความนิยม

ในเมืองฮาโกดาเตะ มีมัคคุเทศก์ที่สามารถแนะนำวัฒนธรรมโจมงเป็นภาษาต่างประเทศได้ ท่านใดที่สนใจในการใช้บริการ สามารถติดต่อมัคคุเทศก์ที่ต้องการเพื่อขอให้มานำเที่ยวได้โดยตรง

บนสุดของหน้า