5 จุดถ่ายรูปชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีในฮาโกดาเตะ:สัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองต่างวัฒนธรรมท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติก
ฮาโกดาเตะ (函館) เป็นเมืองท่าประวัติศาสตร์ที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลและภูเขา เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทั้งเมืองจะถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีแดง สีส้ม และสีเหลืองสดใสของธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นต้นเมเปิลในสวนสไตล์ญี่ปุ่น ใบซากุระที่เปลี่ยนเป็นสีสันปกคลุมทั่วป้อมปราการรูปดาวอันเป็นเอกลักษณ์ หรือแนวต้นไม้ริมถนนที่ตัดกับอาคารสไตล์ตะวันตกและโกดังอิฐแดง ซึ่งสะท้อนถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์การเปิดท่าเรือของเมืองฮาโกดาเตะ โดยทุกย่างก้าวล้วนเผยให้เห็นทิวทัศน์ราวกับภาพวาด
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมในฮาโกดาเตะ
ตั้งแต่จุดถ่ายรูปสวยสะดุดตาที่เหมาะสำหรับการลงบนโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางไปได้อย่างสะดวกด้วยรถรางหรือรถบัสประจำทาง นอกจากนี้ บทความนี้ยังรวบรวมคำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมเสื้อผ้ารับมือกับอากาศหนาวเย็นในฤดูใบไม้ร่วง เพื่อให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
สวนโคเซ็ตสึเอ็น (香雪園 / 見晴公園) :อุโมงค์ต้นเมเปิลราวโลกแห่งจินตนาการ


โคเซ็ตสึเอ็น (香雪園) เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นเพียงแห่งเดียวในฮอกไกโดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยถูกสร้างขึ้นโดยพ่อค้าผู้มั่งคั่งในสมัยเมจิ
เมื่อเดินเข้าไปในสวนก็จะพบกับแนวต้นเมเปิลทอดยาวประมาณ 100 เมตร แผ่กิ่งก้านปกคลุมเหนือศีรษะราวกับอุโมงค์ธรรมชาติ โดยมีแสงอาทิตย์ที่ส่องลอดผ่านใบไม้สีแดงและสีเหลืองลงมาสร้างบรรยากาศอบอุ่นและงดงามปกคลุมทั้งเส้นทางเดินด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วง
สำหรับผู้ที่มาจากประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย ซึ่งมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี การได้เดินเล่นท่ามกลางต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีเช่นนี้จึงเป็นประสบการณ์พิเศษที่สัมผัสได้เฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น ภายในสวนยังมีศาลาพักผ่อนสไตล์โรงน้ำชาญี่ปุ่นและลำธารธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแบบสวนญี่ปุ่นดั้งเดิม เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่สะท้อนบรรยากาศสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ ในช่วงงาน MOMI-G FESTA (MOMI-G フェスタ) ซึ่งโดยทั่วไปจัดขึ้นระหว่างกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี แนวต้นเมเปิลจะได้รับการประดับไฟตั้งแต่เวลา 16:00–21:00 น. เผยให้เห็นบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีที่เงียบสงบและมีเสน่ห์แตกต่างจากช่วงกลางวันได้ หากมีโอกาส ขอแนะนำให้มาเยี่ยมชมทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน เพื่อสัมผัสความงดงามสองรูปแบบของสวนแห่งนี้
- ที่อยู่: 56 มิฮาราชิโจ เมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด
- เวลาทำการ: เปิดให้เข้าชมตลอดเวลา (ศาลาภายในสวนเปิดให้เข้าชม 9:00–17:00 น.)
- เวลาเปิดไฟประดับ: 16:00–21:00 น. (เฉพาะช่วงจัดงาน)
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- การเดินทาง: จากหน้าสถานีฮาโกดาเตะ นั่งรถบัสฮาโกดาเตะ สาย 82 ลงที่ป้าย “โคเซ็ตสึเอ็น (香雪園)” แล้วเดินต่อประมาณ 1 นาที
- เว็บไซต์ทางการ: https://www.hakodate-jts-kosya.jp/park/miharashi/ (ภาษาญี่ปุ่น)
สวนโกเรียวคาคุ (五稜郭公園):สีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่ล้อมรอบป้อมปราการรูปดาว


แม้ว่าสวนโกเรียวคาคุ (五稜郭) จะเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องแหล่งชมดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ แต่ความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน
ป้อมปราการสไตล์ตะวันตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปทรงดาวห้าแฉก และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบของต้นซากุระประมาณ 1,500 ต้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและสีน้ำตาลทอง แต่งแต้มแนวคูน้ำรูปดาวให้โดดเด่นสวยงามยิ่งขึ้น
ผู้มาเยือนสามารถเดินเล่นอย่างช้า ๆ รอบคูน้ำที่มีระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตรนี้ พร้อมดื่มด่ำกับทัศนียภาพของใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนบนผิวน้ำและแนวกำแพงหินโค้งเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะมีมุมมองที่แตกต่างกันไปตามแต่ละจุดที่เดิน
นอกจากนี้ บริเวณถนนใกล้เคียงยังมีแนวต้นแปะก๊วยเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจึงอาจได้พบกับภาพของใบไม้สีเหลืองทองอร่ามที่สวยงามอีกด้วย
เนื่องจากสวนแห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้ฟรี จึงเหมาะสำหรับการแวะมาเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ว่าจะเดินเล่นพักผ่อนหรือออกตามหาจุดถ่ายรูปสวย ๆ ระหว่างทาง คุณก็สามารถใช้เวลาเพลิดเพลินกับบรรยากาศแห่งฤดูใบไม้ร่วงได้ตามจังหวะของตนเอง
- ที่อยู่: 44 โกเรียวคาคุโจ เมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด
- เวลาทำการ: เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง
※หมายเหตุ พื้นที่ภายในป้อมเปิดเวลา 5:00–19:00 น. (เมษายน–ตุลาคม) / 5:00–18:00 น. (พฤศจิกายน–มีนาคม) - ค่าเข้าชม: ฟรี
- การเดินทาง: เดินประมาณ 15 นาทีจากสถานีรถรางฮาโกดาเตะ “โกเรียวคาคุโคเอ็นมาเอะ (五稜郭公園前)”
- เว็บไซต์ทางการ: https://www.hakodate-jts-kosya.jp/park/goryokaku/ (ภาษาญี่ปุ่น)
ย่านโมโตมาจิ (元町) :เดินเล่นท่ามกลางสีสันฤดูใบไม้ร่วงและเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมตะวันตก


ย่านโมโตมาจิ (元町) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาฮาโกดาเตะ เป็นหนึ่งในพื้นที่เดินเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองฮาโกดาเตะได้อย่างชัดเจน ด้วยถนนลาดเนินที่ทอดตัวขึ้นลงตามภูมิประเทศ ทางเดินปูหิน อาคารสไตล์ตะวันตก และโบสถ์เก่าแก่ต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ในย่านนี้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีสันสดใส ทำให้ทิวทัศน์ของอาคารประวัติศาสตร์และถนนลาดเนินดูโดดเด่นและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
เริ่มต้นการเดินเล่นด้วยการชมอาคารเก่าแก่ที่มีสีฟ้าอมเทาและสีเหลืองสะดุดตาอย่าง ศาลากลางฮาโกดาเตะเก่า (旧函館区公会堂) ก่อนมุ่งหน้าต่อไปยัง เนินฮาจิมันซากะ (八幡坂) ซึ่งทอดยาวตรงสู่ท่าเรือ หรือ เนินไดซันซากะ (大三坂) ซึ่งมีทางเดินปูหินที่สวยงามและเปี่ยมด้วยบรรยากาศย้อนยุค
อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและตะวันตก รวมถึงโบสถ์สำคัญหลายแห่ง เช่น โบสถ์ฮาโกดาเตะ ฮาริสโตส ออร์โธดอกซ์ (函館ハリストス正教会), โบสถ์คาทอลิกโมโตมาจิ (カトリック元町教会) และโบสถ์เซนต์จอห์นแห่งฮาโกดาเตะ (函館聖ヨハネ教会) ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศอันมีเสน่ห์ด้วยกลิ่นอายแบบตะวันตกได้อย่างเต็มที่
เมื่อเดินต่อไปเรื่อย ๆ จะพบว่ามุมมองของท่าเรือที่ปรากฏผ่านช่องว่างระหว่างอาคารและแนวถนนลาดชันจะเปลี่ยนไปทีละน้อยในทุกย่างก้าว ทำให้การเดินเล่นไม่ได้เป็นเพียงการเที่ยวชมสถานที่ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของการเดินทางอีกด้วย
หากมีเวลา ลองเดินเล่นต่อไปจนถึงบริเวณสถานีต้นทางกระเช้าลอยฟ้าฮาโกดาเตะ (函館山ロープウェイ) แล้วปล่อยให้การเดินทางพาคุณค้นพบมุมสวย ๆ ตามความรู้สึกของตัวเอง
เนื่องจากบริเวณนี้มีถนนลาดเนินจำนวนมาก จึงขอแนะนำให้เลือกสวมรองเท้าที่เดินสบายและเหมาะกับการเดินระยะไกล
- ที่อยู่: โมโตมาจิ เมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด
- การเดินทาง: สามารถลงรถรางที่ป้าย “ซุเอฮิโระโจ (末広町)” หรือ “จูจิไก (十字街)” ซึ่งเป็นป้ายที่อยู่ใกล้ย่านนี้มากที่สุด แล้วเดินต่อเข้าสู่พื้นที่ท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก
โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (金森赤レンガ倉庫) :สีสันแห่งใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางเสน่ห์ของเมืองท่าประวัติศาสตร์



บริเวณอ่าวริมทะเลซึ่งอยู่ถัดลงมาจากย่านโมโตมาจิ เป็นที่ตั้งของ โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (金森赤レンガ倉庫) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ความรุ่งเรืองของฮาโกดาเตะในฐานะเมืองท่ามาจนถึงปัจจุบัน
เดิมทีโกดังเหล่านี้เคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและการค้า แต่ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ต่าง ๆ ไว้มากมายในพื้นที่เดียวกัน
ทัศนียภาพของอาคารอิฐแดงที่เรียงรายเคียงคู่กับท่าเรือฮาโกดาเตะ สร้างบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงเมืองท่าในยุโรปและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบต่างประเทศ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมบริเวณโดยรอบได้อย่างอิสระโดยไม่เสียค่าเข้าชม จึงสามารถเดินเล่นได้อย่างสบาย ๆ พร้อมแวะช้อปปิ้งหรือพักจิบกาแฟในคาเฟ่ระหว่างทางได้ตามอัธยาศัย
ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมอยู่บริเวณป้ายทางเข้าของโกดังอิฐแดงคาเนโมริใกล้กับอาคารฮาโกดาเตะเมจิคัง (函館明治館) ซึ่งสามารถเก็บภาพให้เห็นทั้งป้ายสัญลักษณ์ อาคารอิฐแดง และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีไว้ในเฟรมเดียวกันได้
อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือบริเวณ สะพานชิชิไซบาชิ (七財橋) ซึ่งสามารถมองเห็นทั้งกลุ่มโกดังอิฐแดง ใบไม้เปลี่ยนสี และภูเขาฮาโกดาเตะได้พร้อมกัน เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองท่าแห่งนี้ในฤดูใบไม้ร่วง
ช่วงเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตกดินก็เป็นอีกช่วงเวลาที่น่าประทับใจ เมื่อแสงไฟตามถนนเริ่มเปิดส่องสว่าง และสีสันของท้องฟ้ายามเย็นสะท้อนลงบนผิวน้ำของท่าเรือ เกิดเป็นบรรยากาศแสนโรแมนติกที่แตกต่างจากความสดใสของท้องฟ้าในยามกลางวัน หากมีเวลา ลองมาชมทั้งทิวทัศน์ใต้ท้องฟ้าสีฟ้าทั้งในช่วงกลางวันและบรรยากาศยามเย็นเพื่อสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างกันของพื้นที่แห่งนี้ภายในวันเดียว
- ที่อยู่: 14-12 ซุเอฮิโระโจ เมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด
- เวลาทำการ: ร้านค้า 9:30–19:00 น. (ร้านอาหารและร้านค้าแต่ละแห่งอาจมีเวลาเปิด-ปิดแตกต่างกัน)
- วันหยุด: เปิดให้บริการทุกวัน ตลอดทั้งปี
- ค่าเข้าชม: ฟรี
- การเดินทาง: เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีรถราง “จูจิไก (十字街)”
- เว็บไซต์ทางการ: https://hakodate-kanemori.com/th (ภาษาไทย)
เขื่อนซาซานากาเระ (笹流ダム) :จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันเงียบสงบที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก



สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนพลุกพล่านและดื่มด่ำกับความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศอย่างสงบ เขื่อนซาซานากาเระ (笹流ダム) ถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
เขื่อนแห่งนี้สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1923 และได้รับการยกย่องให้เป็นเขื่อนแบบบัตเทรสที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยโครงสร้างเสาคอนกรีตที่เรียงตัวกันเป็นรูปตาข่ายเพื่อรองรับแรงดันน้ำ
นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเก็บน้ำส่วนหนึ่งที่ใช้เป็นน้ำประปาที่ชาวเมืองฮาโกดาเตะใช้อุปโภคในชีวิตประจำวันอีกด้วย
เมื่อเดินขึ้นบันไดไปยังบริเวณด้านบนของเขื่อน คุณจะพบกับทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี และในวันที่อากาศแจ่มใสและลมสงบ คุณอาจได้เห็นสีสันของภูเขาสะท้อนบนผิวน้ำอย่างสวยงามอีกด้วย
เมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก บริเวณนี้มีบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาเดินชมทิวทัศน์ธรรมชาติอย่างช้า ๆ
ทั้งนี้ พื้นที่เขื่อนจะเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน ของทุกปี ดังนั้นหากวางแผนที่จะใส่สถานที่แห่งนี้ไว้ในแผนการเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โปรดตรวจสอบกำหนดการและจัดตารางการท่องเที่ยวให้ตรงกับช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชมล่วงหน้า
- ที่อยู่: 313 อากาคาวะโจ เมืองฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด
- เวลาทำการ: 1 ตุลาคม – 23 พฤศจิกายน เวลา 8:30–16:30 น.
※หมายเหตุ ปิดไม่ให้เข้าชมในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน ถึงประมาณกลางเดือนเมษายน - ค่าเข้าชม: ฟรี
- การเดินทาง: จากหน้าสถานี JR ฮาโกดาเตะ นั่งรถบัสฮาโกดาเตะ สาย 55 ลงที่ป้าย “อากาคาวะโชกักโก (赤川小学校)” แล้วเดินประมาณ 10 นาที
- เว็บไซต์ทางการ: https://www.city.hakodate.hokkaido.jp/docs/2014022500484/ (ภาษาญี่ปุ่น)

คำแนะนำสำหรับการเที่ยวฮาโกดาเตะในฤดูใบไม้ร่วงอย่างสะดวกสบาย
ฤดูใบไม้ร่วงของฮาโกดาเตะ (ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) มีอากาศหนาวเย็นกว่าฤดูหนาวของประเทศไทย หรือแม้แต่อุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศทั่วไปอย่างชัดเจน โดยอุณหภูมิในช่วงกลางวันจะอยู่ที่ประมาณ 10°C และในช่วงกลางคืนโดยเฉพาะขณะชมไฟประดับ อาจลดลงจนใกล้ 5°C ได้
ขอแนะนำให้สวมเสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อโค้ตที่กันลม พร้อมเสื้อสเวตเตอร์ และเลือกแต่งกายแบบสวมหลายชั้น เพื่อให้สามารถถอดหรือสวมเพิ่มได้ง่ายตามสภาพอากาศและอุณหภูมิ
นอกจากนี้ หากวางแผนเดินเที่ยวในช่วงเย็นหรือกลางคืน ควรเตรียมผ้าพันคอ ถุงมือ และแผ่นให้ความร้อนแบบแปะติดตัว (ไคโระ) ไว้เพื่อช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
บทส่งท้าย
การเดินทางจากประเทศไทยที่มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี สู่เมืองฮาโกดาเตะในฤดูใบไม้ร่วงที่มีอากาศเย็นสบาย เพียงแค่ได้สัมผัสความแตกต่างของฤดูกาล ก็ถือเป็นประสบการณ์การเดินทางที่พิเศษแล้ว
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความนี้ ล้วนสามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถรางหรือรถบัสประจำทาง จึงสามารถวางแผนเที่ยวได้ง่ายแม้จะเป็นการเดินทางมาเที่ยวฮอกไกโดเป็นครั้งแรกก็ตาม
สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันของแต่ละสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นสวนโคเซ็ตสึเอ็น (香雪園) ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันในช่วงกลางวันและกลางคืน สวนโกเรียวคาคุ (五稜郭公園) ที่สามารถเดินชมป้อมปราการรูปดาวอันเป็นเอกลักษณ์ ย่านโมโตมาจิ (元町) ที่ผสมผสานเนินลาดและอาคารสไตล์ตะวันตกได้อย่างลงตัว โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (金森赤レンガ倉庫) ที่มีกลิ่นอายของบรรยากาศเมืองท่า หรือเขื่อนซาซานากาเระ (笹流ダム) ที่เป็นจุดชมธรรมชาติอันเงียบสงบ
แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน และสามารถเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ อีกหนึ่งข้อดีคือสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเปิดให้เข้าชมได้ฟรี ดังนั้น มาเตรียมเสื้อผ้าให้อบอุ่น พกกล้องถ่ายรูปคู่ใจ แล้วออกไปสัมผัสกับความงดงามของเมืองฮาโกดาเตะในฤดูใบไม้ร่วงด้วยตัวคุณเองได้เลย!